มาเลย์ ขำๆ ไปทำงาน

posted on 15 Oct 2007 13:10 by artmototrip

       ย้ายมาทำงานที่นี่ไม่กี่เดือน ก็มีข่าวดีว่าจะต้องไปทำงานที่มาเลย์ 2-3 วัน แต่ดูเหมือนไม่มีใครอยากไป เราก็งง แต่ช่างมัน ถือว่าไปทำงาน ตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 อาบน้ำแต่งตัวแบบรีบๆ เพราะนัดแท๊กซี่ไว้ 6 โมง มาถึงสนามบินประมาณ 7 โมง ขำๆ ลูกค้ามากันเต็มเลย อ้าวเวง ที่แท้ก็ให้มาดูแลลูกค้าแต่เช้านี่เอง กว่าเครื่องจะออกปาเข้าไป 11 โมง ทั้งง่วงทั้งหิว มาตั้งแต่เช้า เข้าไปในดิวตี้ฟรีก็ไม่รู้จะซื้ออะไร เลยซื้อบุหรี่มาคอทตอนนึง ของ dunhill ราคาพอๆกะดูดกรองทิพย์แถวบ้านเรา ก็ไม่รู้จะซื้อไรนี่หว่า เอาวะดูดกันให้เป็นมะเร็งไปข้างนึงเลย เตร่ไปเตร่มาในดิวตี้ฟรี จนเครื่องออก 

ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงมาเลย์เซีย ไปถึงก็บึ่งไปหาที่กินข้าวเลย หิวชิบหายถึงรสชาติจะไม่ดีแต่ก็กินจนอิ่ม จากนั้นก็ไปเยี่ยมบริษัทร่วมทุน มีกิจกรรมนิดหน่อย จากนั้นก็มีการเลี้ยงอาหารเย็นแล้วก็กลับที่พัก โรงแรมซันเวย์ลากูล มืดพอดี เป็นโรงแรมที่ใหญ่ใช้ได้ทีเดียว ดูแล้วอลังการดี

วิวด้านบนก็สวยดีแต่วันนี้เหนื่อยมามากแระ หันไปหันมาลงไปข้างล่างดีกว่าเผื่อมีไรหนุกๆทำ เดินไปเดินมาเจอผับแถวนั้น7-8 ผับ

คิดในใจ เอาวะได้ที่แระคืนนี้ เลยเข้าไปข้างใน อืมมมม เทคดีๆนี่เอง สาวมาเลย์นี่ก็หน้าตาใช้ได้แฮะ ขาวๆหมวยๆทั้งนั้นเลย ดื่มพอหอมปากหอมคอก็กลับขึ้นห้อง นั่งโหลดรูปลงโน้ตบุ๊คเสร็จ อาบน้ำออกมาหันไปดูนาฬิกา ปาไปตี 2 รีบนอนเลย 

           ตื่นเช้าอีกแล้ว ลงมากินข้าวด้านล่าง คอยลูกค้าที่ลอบบี้ นานแระยังลงมาไม่ครบอีกเลยไปเดินเล่นถ่ายรูปรอบๆ วันนี้อากาศดี ฟ้าสวย ไม่มีเมฆเลย

ซักพักมากันครบก็ออกเดินทาง ไปยังเมืองปุตราจาย่า ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณ 50 กิโลเมตร เมืองที่ได้รับการวางผังเมืองที่ดีและเป็นเมืองที่รองรับการขยายตัวของกรุงกัวลาลัมเปอร์ในอนาคต โดยสร้างสถานที่ทำงานของหน่อยงานราชการต่างๆ พร้อมสาธารณูปโภคต่างๆใหม่ อย่างเป็นระบบ ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปที่วังศุลต่าน ทีแรกก็คิดว่าอากาศดีพอสายหน่อยร้อนตับแทบแตก

จากนั้นก็ไปแวะถ่ายรูปที่สะพานทางจะเข้าเมืองปุตราจาย่า เมืองนี้สวยดีแฮะดูทุกอย่างเรียบร้อยไปหมด บ้านคนที่เมืองนี้ไม่ต้องทำรั้วบ้านเลย หรือว่าบ้านเค้าไม่มีโจรก็ไม่รุ ดูน่าอยู่ดี ไม่รกสายตาเหมือนบ้านเรา

มาถึงซะที มัสยิดสีชมพูอันเลื่องชื่อ ข้างๆมีอาคารรัฐสภาใหม่ ดูใหญ่โตดีจิงๆ

แต่แดดแม่งร้อนจิงๆ ไม่คิดเลยว่าการอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมันจะทรมานเพียงนี้ ทำให้คิดถึงประเทศไทยเลยว่าถ้าบ้านเราร้อนสุดๆที่นี่คงร้อนหัวแตกแน่ๆ

ถ่ายรูปกะลูกค้าได้ซักพัก โอ้ยยย ไม่ไหวแล้วร้อนโว้ย ที่หลบแดดก็ไม่มี ดีนะที่อยู่ตรงนั้นแค่แป๊บเดียว เริ่มหิวแล้วด้วย นั่งรถมาซักพักก็ถึงร้านอาหาร เห็นป้ายปุ๊บ คิดในใจมื้อนี้อร่อยแน่ ป้ายเขียนว่าซีฟู้ด ยังไงก็ต้อง กุ้ง หอย ปูปลา แน่นอน แต่ก็ยังร้อนอยู่ดี

บรรยากาศโอเค ใช้ได้เลย

ด้านหน้าติดแม่น้ำ มองเห็นมัสยิดกะอาคารรัฐสภา เมืองใหม่จิงๆในแม่น้ำไม่มีเรือสัญจรเลย นอกจากเรื่อนำเที่ยว ดูสงบเรียบร้อยมากไปหน่อย เงียบมาก อาหารก็รสชาติใช้ได้ ถือว่าผ่านสำหรับอาหารซีฟู้ด ต่างประเทศ แต่ถ้าเทียบกับพี่ไทยแล้วละก็ยังห่างกันอีกหลายขุม

กินเสร็จบ่ายโมงกว่าก็กลับโรงแรม อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปงานบริษัทซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการไปมาเลย์เซียครั้งนี้ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลเพราะเค้าจัดอยู่ในบริเวณโรงแรม แต่คนเยอะน่าดูไปถึงก็ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษที่มีอยู่น้อยนิด มั่วอยู่พักนึง ได้ทั้งงู ได้ทั้งปลามาเพียบเลย

กว่างานจะเลิกปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า บางคนถึงกะนั่งหลับคาโต๊ะ พองานเลิกปุ๊บรีบกลับห้องเลยไม่ไหวแล้วไม่ได้นั่งเลยปวดขาชะมัดเลย อาบน้ำนอนดีกว่า

          ตื่นเช้าอีกแล้ววันนี้รีบเก็บกระเป๋า เพราะว่ายังมีโปรแกรมอีกหลายที่ ไปมันทั้งที่ง่วงๆแบบนี้แหละ ที่แรกที่จะไปวันนี้คือ ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก มันคือตึกปิโตรนัส

โห................. แม่งสูงจิงด้วยแฮะ เห็นไกด์คนไทยบอกว่าถ้าจะขึ้น ต้องส่งคนมารอคิวตั้งแต่ตี 5 วันๆนึงเค้าให้คนขึ้นไม่เท่าไหร่เอง น่าจะประมาณหลักพันเองมั้ง มาถึงแล้วก็ต้องคอยเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้นเพราะเค้าให้ขึ้นได้กรุ๊ปละ 20 คน ด้วยเหตุผลที่ว่า ตึกไม่สามารถรับน้ำหนักมากๆได้เพราะโครงสร้างทำจากอลูมิเนียมซึ่งน้ำหนักเบา แต่ยืดหยุ่นสูง แม่งให้กูไปคอยเป็นชั่วโมง ให้ขึ้นไปได้แค่สะพานเชื่อมตึก แถมให้อยู่ได้แค่10นาที แต่ช่างมันเถอะถือว่าเรามาเหยียบตึกแล้วก็พอ ลืมบอกไปก่อนขึ้นเค้าให้ไปนั่งดูกระบวนการสร้าง ตั้งแต่ลงเสาเข็มจนถึงตึกเสร็จ แถมด้วยการจำลองการเกิดฟ้าผ่าลงบนตึกนั้นนี้เจ๋งดี

จากนั้นก็ไปกินข้าวกลางวันกันที่ห้างสรรพสินค้า เวลานี้ไม่สนใจแล้วเรื่องรสชาติ ขอให้อิ่มท้องไว้ก่อน (ก็หิวนี่หว่า) อิ่มแล้วก็ไปเดินช๊อปปิ้ง ไม่รุจะซื้อไรก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่ไม่มีตังนะแต่เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวต้องไปอีกที่ได้ใช้เงินแน่ๆ

ร้านนี้ไม่ต้องบอกว่าร้านอะไร แค่เห็นป้ายก็รู้ว่าเสียตังชัวร์ ไปถึงก็ชิมมันทุกรสเลย ชิมจนไม่รู้แล้วว่าตอนซื้อจะซื้อรสอะไรดี ลิ้นดำหมดแระ เลยซื้อแบบปูพรม เอามาอย่างละกล่องเพราะต้องเอาไปแจกหลายคน แต่มีรสนึงที่ไม่ซื้อคือรสทุเรียน คนที่นี่ชอบบอกว่าทุเรียนของเค้าอร่อยที่สุดในโลก เราก็ไม่เข้าใจว่าอร่อยตรงไหน สู้หมอนทองบ้านกูไม่ได้เลย ถ้าเป็นก้านยาวละก็ไม่ต้องเอามาเทียบเลย นรกกะสวรรค์เลย แต่ปล่อยมันถ้ามันคิดว่าบ้านมันอร่อย ถ้าวันนึงมันได้กินก้านยาวละก็มันจะได้รู้ว่าสวรรค์มีจริง อิอิ ช๊อปเสร็จก็ตรงไปสนามบินเลย

สนามบินที่นี่เงียบสงบดีมากเลย คนน้อยดี เช็คอินเสร็จก็นั่งรถไฟฟ้าไปยังประตูขึ้นเครื่อง สนามบินนี้มันใหญ่จริงๆแฮะ ถึงได้เงียบแบบนี้ นี่ถ้าเป็นประเทศไทยละก็เดินกันตูดบาน แล้วที่นี่เค้าก็วางผังเมืองดีจริงๆ รอบๆสนามบินไม่มีบ้านซักกะหลัง ผิดกะพี่ไทยอย่างเรา รู้ว่าจะมีสนามบินก็ยังจะไปสร้างบ้าน แล้วก็มาเรียกร้องค่าเสียหาย เอาภาษีคนส่วนรวมมาจ่ายกัน เวงเอ้ย (ขออภัยถ้าคนที่อยู่แถวสนามบินมาอ่านนะครับ ความเห็นส่วนตัวน่ะ)

ดีจิริงๆไปถึงเครื่องดีเลย์อีก เลยได้โอกาสไปเดินดิวตี้ฟรีมาเลย์ ขนาดจะเดินดิวตี้ฟรียังต้องนั่งรถไฟฟ้าไปเลย คิดดูละกันว่ามันใหญ่แค่ไหน ไปเดินบ้าอยู่ในดิวตี้ฟรีอยู่พักนึงดูเวลาเเล้วเห็นควรว่าควรกลับมาขึ้นเครื่อง เดี๋ยวจะซวยเอา สนามบินยิ่งใหญ่ๆอยู่ ไหนจะต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับไปอีก

และแล้วก็กลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ .

edit @ 17 Oct 2007 13:56:41 by art+moto+trip

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีดี

#4 By photo จำเป็น (125.24.8.208) on 2009-10-24 17:08

อืม ค่ะ ลงหนังสือพิมพ์ที่นี่ทุกวันเลยช่วงนี้

ที่นี่ก็เรื่อยๆอ่ะค่ะ เห็นหิมะแล้วด้วย แต่ว่าหนาวมาก T^T

#3 By Iphigenia on 2008-12-04 00:51

รักคนเขียนอ่ะคะ

#2 By สาวชั้น 19 (58.137.83.114) on 2008-01-11 13:32

เทสๆๆ
จะมีใครอ่านวะ

#1 By art+moto+trip on 2007-10-25 11:43