ทริปนี้เกิดขึ้นจากการที่พี่ๆในกลุ่มชวนไปขี่รถเล่น ตามประสาคนบ้าขี่รถ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไปคิดไปคิดมาไหนก็ซื้อมันมาแล้วนี่ก็ต้องขี่ให้มันคุ้มค่าที่สุด และเหตุผลที่ซื้อก็คือเอาไว้ขี่เล่น ท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นไม่ไปก็ไม่ได้แล้ว

     ก่อนวันเดินทางก็เอารถไปทำโช๊คหน้า หลังจากปล่อยให้ซีลโช๊ครั่วมานาน เพื่อความปลอดถัยในการขับขี่เพราะว่าศรีสวัสดิ์เป็นถิ่นของโค้งมากพอสมควร ถ้าไม่เตรียมสถาพรถให้พร้อมอาจต้องมีการสละยานกลางโค้ง คืนก่อนไปก็ไปนั่งคุยกับพี่ในกลุ่มปรากฏว่ารถเราสภาพยังไม่พร้อมยางหน้าหมด สปริงขาตั้งยังไม่ได้ใส่เพราะสั่งทำใหม่ ปสริงตัวเก่ามันล้า หมดแรงดึงทำให้เซ็นเซอร์ขาตั้งทำงานแล้วเวลามันทำงานมันก็จะทำให้เครื่องดับ สรุปว่าไม่พร้อมก็จะไม่เอารถไป นั่งรถเซอร์วิสไปก็ได้เพราะกรูอยากไปอ่ะ

นัดกันหกโมงเช้าใครมาก่อนมามานั่งกินกาแฟแล้วก็โม้กันไปก่อนเพราะเวลาเดินทางคือหกโมงครึ่งล้อหมุน

หลังจากนั่งโม้จนได้เวลาแล้ว คนก็มากันครบแล้วก็ออกเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้เส้นทาง ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เข้านครปฐมผ่านราชบุรีแล้วก็วิ่งเข้าไปกินข้าวใครตัวเมืองกาญจนบุรี หลังจากเข้านครปฐมได้ไม่นานสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้น เช๊ดเข้...ฝนลงเม็ดอย่างหนัก ดีนะที่กรูไม่ขี่รถมาไม่งั้นงานเข้าแน่กับสภาพยางหน้าแบบนั้นแล้วมันก็ตกต่อไปเรื่อย จนทำให้คาราวานมอไซด์ขี่ได้ช้าลง

 

ตกแบบไม่ลืมหูลืมตาเลย ตกไปจนถึงกาญจนบุรีเลย จนไปแวะกินข้าวเช้าฝนถึงได้หยุด แต่ทางข้างหน้าที่จะไปนี่โค้งทั้งนั้นเลย แล้วสภาพถนนชุ่มน้ำแบบ พูดได้คำเดียวเลย........มีเสียว

มาถึงช่วงนี้ยังมีแต่ทางตรงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะยังไม่ใช่เส้นศรีสวัสดิ์ ก็ไปกันเรื่อยๆ

ตอนนี้ถนนเริ่มแห้งแล้ว พวกตัวแรงๆก็มาจอดรอกลุ่มหลังจะได้ไปพร้อมๆกัน เพื่อความปลอดภัยเผื่องานเข้าจะได้ช่วยเหลือกันได้

ช่วงจอดรอไม่รู้จะทำไรก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ส่วนสองคันนี้ก็เป็นรถที่น่าคบหาไว้ขี่ คันดำนั่นรถพี่อาร์ท CBR 900 ผมนับถือน้ำใจพี่แกเลย แกขี่รถมาส่งถึงแพเลยแล้วตอนเย็นแกก็ขี่กลับคนเดียว สุดยอดจิงๆ

สภาพถนนต่อจากนี้เหมาะแก่การสาดโค้งมาก ถ้าไม่มีน้ำฝนมาทำให้เสียวหัวใจเล่นนะ

เริ่มกันมาด้วย CBR954

แล้วก็มีตามมาอีกเป็นกลุ่มเลย มาแบบนี้ถ่ายไม่ทันเลยมาเร็วมาก

และแล้วอีเหลือง954 คนขี่นำก็หลงไปไหนไม่รู้ ปล่อยให้คนที่รู้ทางคอย.....คอย......คอย

ปล่อยมันละกันเดี๋ยวมันก็มาเองแหละส่วนทัพใหญ่ก็มุ่งหน้าไปกันก่อน เพราะโทรไปมันก็ไม่รับก็มันขับรถอยู่ต้องคอยให้มันโทรกลับมาเองละกัน

ไม่กี่อึดใจก็มาถึงแพ ...ไม่นานนักอีเหลืองก็ตามมา...555 แม่งหลง

ขนของขึ้นแพเรียบร้อย แช่เครื่องดื่มให้เย็นจะได้ดื่มให้สบายใจ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ให้เรือลากแพออกไปเลย

ขนของขึ้นแพเรียบร้อย แช่เครื่องดื่มให้เย็นจะได้ดื่มให้สบายใจ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ให้เรือลากแพออกไปเลย ไม่ต้องไรมากขอแค่ไปปล่อยที่ๆไม่มีคน มีปลาชุกชุม วิวสวยๆ น้ำใสๆก็พอ

เวลานี้ใครอยากทำไรก็ทำไป แต่ที่แน่ๆ งานนี้เห็นมีคนตัดบ้องไม้ไผ่มาด้วย เหอๆๆ

แล้วที่แน่ๆอีกอย่างก็คือ เรือมันกำลังลากแพไปหาฝน

ส่วนคนบนแพก็เริ่มตั้งวงเพื่อดื่มด่ำกับน้ำสีทองและธรรมชาติ

เรือลากแพมาได้ประมาณ 40 นาที ก็เอามาผูกไว้กับเกาะๆหนึ่งที่อยู่ในเขื่อน เมื่อดื่มด่ำกับน้ำสีทองจนได้ที่ก็ถึงสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ หลังจากที่อยากมานาน

เล่นน้ำ น้ำใสแบบนี้น่าเล่นมากใส่ชูชีพลงไปลอยคออยู่พักนึงก็ต้องถอดออกเพราะเรามันพวกบ้าพลังใส่ชูชีพแล้วเล่นยาก

ส่วนไอ้พวกนี้เป็นพวกลูกหลานหงอคงกะนางสุพรรณมัจฉา น้ำก็จะเล่นต้นไม้ก็จะขึ้น

และแล้ววันนี้ก็จบลงด้วยความ มัน มึน เมา......

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมยามค่ำคืนด้วย กีฬารำพัด และกีฬาบริหารข้อมือ

ยามเช้าแม้อากาศจะไม่หนาวแต่ก็มีไอเย็นพัดมาตลอดเวลาดูได้จากเมฆหมอกที่ลอยอยู่ตามยอดเขา อากาศดีมาก สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วรู้สึกได้ถึงความชุ่มปอด

ส่วนใครหิวก็มีข้าวต้มไว้ให้กิน แต่ผมไม่อยากลุกจากที่นอนเลยเพราะอากาศดีซะขนาดนี้ แต่พยาธิในท้องมันหิวจนทนไม่ไหว แถมยังมีพวกบ้าลงเล่นน้ำกันแต่เช้าจนหนวกหูนอนไม่ได้ เลยต้องยอมแพ้ลงมากินข้าวดีกว่า

หลังจากกินข้าวอิ่ม แล้วไอ้พวกที่เล่นน้ำกันแต่เช้าเลิกกันไปหมดแล้วก็ถึงตาเรา และพวกบ้าพลังตัวจริง

ก็น้ำมันน่าเล่นซะขนาดนี้ใครไม่เล่นก็บ้าแล้ว แถมยังเล่นได้ทั้งวันไม่เหนียวตัวเหมือนเล่นน้ำทะเล

แต่ถ้าจะให้ดีควรมีไอ้ขวดเขียวๆดาวแดงๆแช่เย็นหน่อยนะแจ๋วเลย  แต่ตอนนี้ไม่มีไรเหลือเลยซัดกันหมดตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยต้องเล่นน้ำกันแบบมีสติเต็มร้อย

แต่แล้วจู่ๆก็มีเรือเเล่นมาที่แพ มาทำไมหว่า อ้าว

คนที่นั่งมานั่นพี่เล็กนี่นา พี่แกบอกว่ามารับพวกเรากลับ แกขี่รถมาคนเดียวจากกรุงเทพ เพื่อไปรับเรากลับ สุดยอดเลย

พอเที่ยงกว่าก็มีเรือมาลากแพกลับ เฮ้อ

ได้กลับบ้านซะทีหลังจากเล่นน้ำจนหมดแรง

กลับขึ้นฝั่งมาก็มาเตรียมความพร้อมสำกรับการเดินทาง รถที่เพิ่งขึ้นมาจากที่จอดซึ่งทางขึ้นเป็นดินก็ต้องล้างดินออกจากล้อให้หมด ป้องกันการปลิ้น

จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ถนนเพิ่งผ่านการชะล้างของฝนยังหมาดๆอยู่เลยใช้ความเร็วกันได้ไม่เต็มที่

ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงเขื่อนศรีนครินทร์ เดี๋ยวนี้เค้าปรับภูมิทัศน์ไว้สวยงามน่าพักผ่อนมาก

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ถ่ายถาพเป็นที่ระทึกซะหนึ่งถาพ เหอๆๆ

ถ่ายรูปเรียบร้อยก็แต่งองค์เตรียมตัวกลับบ้าน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพื่อยืนยันความบ้าพลังดูได้จากรูปนี้

ปล.งานนี้มีร่วงไปหนึ่ง เหตุเกิดขึ้นกับ Superfour  ปี 93 โดนหมาตัดหน้าในเมือง คนไม่เป็นไร ส่วนรถเสียหายนิดหน่อย

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

น่าไปเที่ยวครับ

#11 By sujarit chanthapan (101.109.53.0|101.109.53.0) on 2015-04-21 18:55

น่าไปเที่ยวครับ

#10 By sujarit chanthapan (101.109.53.0|101.109.53.0) on 2015-04-21 18:55

เส้นทางศรีสวัสดิ์เคยลองขับรถยนต์ไปหรือยัง
ขอแนะนำคะ ว่ามันส์ได้ใจเหมือนกัน



big smile
แหกโค้งมาแล้วครับ เขื่อนนี้ สาเหตุ เข้าผิดลาย รถพังเลย ต้องเอาขึ้นกระบะกลับบ้าน อดขี่เลย แต่ก็สนุกครับ ถ้าไปเปนกลุ่ม

#7 By กระป๋อง (124.121.140.124) on 2008-10-18 14:20

แบร่question

#6 By Yuiizaa on 2008-08-17 07:06

ไปด้วยๆ cry

#5 By yuiizaa (58.10.90.48) on 2008-08-04 15:13

ท่าทางน่าสนุกนะ แต่จะไม่สนุกก็ตอนขี่รถนี่แหละ
ดูแล้วเหนื่อยแทน ยอมรับเลยว่าเทห์มาก อยากลองขี่มั้งจังbig smile

#4 By fang (202.149.25.234) on 2008-07-12 03:11

โหวว ท่าทางน่าสนุกจัง

#3 By แมงปอ on 2008-06-19 08:51

เคยไปบ่อยนะคะ เขื่อนนั้น
อากาศดีมากๆ เลย
ยิ่งไปหน้าหนาวนะ...อู้วสุดยอด

กลางคืนเห็นดาวเป็นดาวเ้ลยค่ะ
สวยมากๆ confused smile
ดูหนุกหนานน่าไปจังครับ
ภาพถ่ายที่เขื่อนดูแล้วนึกถึงคาเมนไรเดอร์ยืนเรียงกัน
เท่ห์สุดๆไปเลยconfused smile open-mounthed smile big smile

#1 By nonworld on 2008-06-04 10:25